Red Hat

Red Hat Names Paul Cormier President and Chief Executive Officer

เร้ดแฮทแต่งตั้ง พอล คอร์เมียร์ ดำรงตำแหน่ง ประธาน และหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนายจิม ไวท์เฮิร์ท

Longtime Red Hat executive and open hybrid cloud visionary steps into leadership role succeeding Jim Whitehurst

Bangkok- April 10, 2020 – Red Hat, Inc., the world’s leading provider of open source solutions, today announced that it has named Paul Cormier as president and chief executive officer of Red Hat, effective today. Cormier, who previously served as Red Hat’s president of Products and Technologies, succeeds Jim Whitehurst, who is now president of IBM.

Since joining Red Hat in 2001, Cormier’s leadership and vision have driven major strategy shifts and expansion of the company’s portfolio of products and services. Cormier is credited with pioneering the subscription model that transformed Red Hat from an open source disruptor to an enterprise technology mainstay, moving Red Hat Linux from a freely downloadable operating system to Red Hat Enterprise Linux, the industry’s leading enterprise Linux platform that today powers more than 90% of Fortune 500 organizations.

Cormier has driven more than 25 acquisitions at Red Hat, moving the company well beyond its Linux roots and helped create a full, modern IT stack based on open source innovation that disrupted the IT industry. The availability of true enterprise-grade open source products across the technology stack and changing business models have made open source a de facto source of innovation in the software industry, resulting in faster progress than proprietary vendors could provide alone.

For more than a decade, Cormier has championed a vision for open hybrid cloud, giving customers the flexibility to deliver any app, anywhere on any infrastructure from the edge and bare metal to multiple public clouds in a common, consistent manner. That vision helped establish Red Hat OpenShift, the industry’s most comprehensive enterprise Kubernetes platform, as a backbone of hybrid cloud deployments across industries. Cormier has also forged industry-changing partnerships, including a landmark partnership with Microsoft to bring broader choice to hybrid cloud deployments. He has been instrumental in Red Hat’s structural combination with IBM, focused on scaling and accelerating Red Hat while maintaining its independence and neutrality.

During his tenure at Red Hat, Whitehurst oversaw Red Hat’s expansion and increasing influence across the technology industry including growing revenue from more than $500 million to almost $3 billion for the company’s 2018 fiscal year, as well as the landmark acquisition of Red Hat by IBM for $34 billion in 2019. Under his leadership, Red Hat was named to Forbes’ list of “The World’s Most Innovative Companies” six times and named to Fortune’s list of the Most Admired Companies in 2019 and 2020. In addition to his new role as president of IBM, Whitehurst becomes chairman of Red Hat, succeeding Arvind Krishna, who is now CEO of IBM.

Supporting Quotes

Paul Cormier, president and CEO, Red Hat
“When I joined Red Hat, it would have been impossible to predict how Linux and open source would change our world, but they are truly everywhere. The transformations I see happening in our industry are exciting, as they present new challenges and opportunities. The opportunity for Red Hat has never been bigger than it is today and I am honored to lead the company to help our customers solve their challenges and to keep Red Hat at the forefront of innovation.”

Arvind Krishna, CEO, IBM
“Red Hat is synonymous with open source and hybrid cloud – two of the biggest driving forces in our industry. Paul’s deep engineering skills, product expertise and industry vision make him the right leader to capitalize on this opportunity and fuel Red Hat’s continued technology innovation and accelerated growth.”

Jim Whitehurst, president, IBM
“After working with him closely for more than a decade, I can confidently say that Paul was the natural choice to lead Red Hat. Having been the driving force behind Red Hat’s product strategy for nearly two decades, he’s been intimately involved in setting the company’s direction and uniquely understands how to help customers and partners make the most out of their cloud strategy. He is a proven leader and his commitment to open source principles and ways of working will enable Red Hat not only to keep pace with the demands of enterprise IT, but also lead the way as emerging technologies break into the mainstream. It was my honor and privilege to lead a company filled with many of our industry’s best and brightest and I am excited to see what Red Hatters accomplish under Paul’s leadership.”

Additional Resources

Connect with Red Hat

คอร์เมียร์ร่วมงานกับเร้ดแฮทมาเป็นเวลานาน และเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ด้านโอเพ่นไฮบริดคลาวด์ 

กรุงเทพฯ – 10 เมษายน 2563 – เร้ดแฮท อิงค์ ผู้นำระดับโลกด้านโอเพ่นซอร์สโซลูชั่นประกาศแต่งตั้งนายพอล คอร์เมียร์ ดำรงตำแหน่งประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของเร้ดแฮท แทนนายจิม ไวท์เฮิร์ท ซึ่งย้ายไปดำรงตำแหน่งประธานที่บริษัทไอบีเอ็ม นายคอร์เมียร์เคยดำรงตำแหน่งประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของเร้ดแฮท

นายคอร์เมียร์เริ่มทำงานที่เร้ดแฮทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา การเป็นผู้มีวิสัยทัศน์และมีความเป็นผู้นำ ทำให้นายคอร์เมียร์ผลักดันกลยุทธ์สำคัญและขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของ เร้ดแฮท รวมถึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกรูปแบบการให้บริการแบบสมาชิก (subscription model) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเร้ดแฮทจากผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงด้านโอเพ่นซอร์สรายหนึ่ง ให้กลายเป็นเทคโนโลยีหลักสำคัญสำหรับองค์กร เปลี่ยน Red Hat Linux จากระบบปฏิบัติการที่ใคร ๆ ก็ดาวน์โหลดได้อย่างอิสระ ไปเป็น Red Hat Enterprise Linux ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Linux สำหรับองค์กรในระดับแนวหน้าของวงการ ที่บริษัทใน Fortune 500 มากกว่า 90% ในปัจจุบันใช้บริการ

นายคอร์เมียมีส่วนขับเคลื่อนให้เร้ดแฮทเข้าซื้อกิจการมากกว่า 25 แห่ง ทำให้บริษัทฯ ขยายตัวไปได้ไกลกว่าการให้บริการเฉพาะ Linux และได้ช่วยสร้างกลุ่มงานด้านไอทีที่ทันสมัยที่ทำงานบนนวัตกรรมโอเพ่นซอร์ส ซึ่งนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงวงการไอทีขนานใหญ่ ทั้งนี้การที่สามารถนำผลิตภัณฑ์ด้านโอเพ่นซอร์สระดับองค์กรที่เชื่อถือได้ไปใช้กับกลุ่มงานด้านเทคโนโลยีทั้งหลายและการเปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจ ทำให้โอเพ่นซอร์สกลายเป็นแหล่งนวัตกรรมที่ใช้งานจริงในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาต่าง ๆ รุดหน้าเร็วกว่าการพึ่งพาผู้ขายซอฟต์แวร์ที่มีกรรมสิทธิ์เพียงอย่างเดียว

นายคอร์เมียร์เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ด้านไฮบริดคลาวด์มากว่าทศวรรษ ด้วยต้องการให้ลูกค้าได้รับความยืดหยุ่นในการใช้บริการแอปพลิเคชั่นทุกชนิดได้ทุกที่บนโครงสร้างพื้นฐานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นบนอุปกรณ์ปลายทาง (edge) และบน bear metal ที่ติดตั้งอยู่ในองค์กร ไปจนถึงมัลติพับลิคคลาวด์ ด้วยวิธีการที่ใช้ร่วมกันได้และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน วิสัยทัศน์ดังกล่าวยังช่วยสร้างให้เกิด Red Hat OpenShift ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคูเบอร์เนทีสระดับองค์กรที่ครบวงจรที่สุดในอุตสาหกรรม และนับเป็นแกนหลักของการใช้งานไฮบริดคลาวด์ในอุตสาหกรรมทุกประเภท นายคอร์เมียร์ได้มุ่งมั่นสร้างพันธมิตรในรูปแบบที่เป็นการเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม รวมถึงการเป็นพันธมิตรหลักกับไมโครซอฟต์ เพื่อนำเสนอทางเลือกที่มากขึ้นในการใช้งานไฮบริดคลาวด์ให้กับลูกค้า เขายังมีบทบาทสำคัญในการผสานรวมโครงสร้างของเร้ดแฮทกับไอบีเอ็ม โดยเน้นไปที่การปรับขนาดของบริษัทและเร่งการเติบโตของเร้ดแฮทให้เร็วขึ้น ในขณะเดียวกัน ยังต้องคงความเป็นอิสระและความเป็นกลางไว้ให้ได้

สำหรับ นายจิม ไวท์เฮิร์ท ที่จะไปดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทไอบีเอ็ม และเป็นประธานคณะกรรมการ (chairman) ของเร้ดแฮทแทน นายเออร์วิน คริสนา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารของไอบีเอ็ม ตลอดเวลาที่ นายจิม ไวท์เฮิร์ท ดำรงตำแหน่งประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหารของเร้ดแฮทนั้น เขาได้ขับเคลื่อนการเติบโต และได้เพิ่มความแข็งแกร่งและชื่อเสียงของเร้ดแฮทให้เป็นที่รู้จักในทุกวงการเทคโนโลยี ขับเคลื่อนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายได้มากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปเป็นเกือบ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2561 รวมถึงการที่ไอบีเอ็มเข้าซื้อกิจการเร้ดแฮทด้วยจำนวนเงิน 34 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562 ภายใต้การนำของจิม เร้ดแฮทได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน “The World’s Most Innovative Companies” จากนิตยสารฟอร์บถึงหกครั้ง และติดอันดับใน Most Admired Companies ประจำปี 2562 และ 2563 ของนิตยสารฟอร์จูน


นายพอล คอร์เมียร์ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร เร้ดแฮท
“ตอนที่ผมเข้าร่วมงานกับเร้ดแฮท แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดการณ์ว่า Linux และโอเพ่นซอร์สจะเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกของเราได้อย่างไร แต่เทคโนโลยีนี้ก็ได้รับความนิยมไปทุกที่จริง ๆ การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ที่ผมพบเห็นมาล้วนน่าตื่นตาตื่นใจ เพราะมีแต่ความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย โอกาสของเร้ดแฮทวันนี้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา และผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นผู้นำของบริษัทฯ เพื่อช่วยลูกค้าของเราจัดการกับความท้าทาย และเพื่อคงสถานะของเร้ดแฮทให้เป็นบริษัทแนวหน้าด้านนวัตกรรมต่อไป”

นายเออร์วิน คริสนา หัวหน้าฝ่ายบริหาร ไอบีเอ็ม
“เร้ดแฮทก็คือโอเพ่นซอร์สและไฮบริดคลาวด์ ซึ่งเป็นสองพลังขับเคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมของเรา ทักษะด้านวิศวกรรมที่สูงมาก กอรปกับความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ และวิสัยทัศน์ต่อภาคอุุตสาหกรรม ทำให้พอลเป็นผู้นำที่เหมาะสมที่จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากโอกาสต่าง ๆ ที่มีเข้ามาและเป็นพลังขับเคลื่อนให้เร้ดแฮทสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและเติบโตรวดเร็วได้อย่างต่อเนื่อง”

นายจิม ไวท์เฮิร์ท ประธานบริษัทไอบีเอ็ม
“การที่ผมได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพอลมากว่าทศวรรษ ทำให้ผมมั่นใจอย่างไม่มีข้อกังขาว่า พอลเหมาะสมที่สุดในการเป็นผู้นำของเร้ดแฮท พอลเป็นพลังที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของเร้ดแฮทมาเกือบสองทศวรรษ มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการกำหนดทิศทางของบริษัทฯ และยังมีความเข้าใจถึงวิธีการที่จะช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ด้านคลาวด์ของพวกเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้เคยเป็นผู้นำของบริษัทฯ ที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ดีที่สุดและมีอนาคตที่สุดในอุตสาหกรรมของเรา ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นชาวเร้ดแฮททุกคนประสบความสำเร็จภายใต้การนำของพอล”