How to address supply chain complexity in food & beverage

การขจัดปัญหาความซับซ้อนของระบบซัพพลายเชน ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

Article By Fabio Tiviti
Vice President, ASEAN, Infor

Food and beverage companies have long struggled with the unique requirements of shelf life management, complexities of batch scheduling, traceability, and many other factors. In addition, uncertainties around tariffs, sustainability initiatives, and growing regulations are some of a multitude of dynamics that will surely add even more complexity to the mix. Many of these issues and trends can have a profound impact on your entire supply chain — from procurement to manufacturing to delivery.

Gain global visibility

We all tend to limit our focus to the variables within our control. However, it’s time to rethink all supply chain processes because they are not as efficient as they need to be. About two years ago, we did a survey of the companies that were on the Infor Nexus multi-enterprise, global supply chain network. We found that about 46% of them said that, prior to implementing the network, it was taking them as long as three days to identify where a product was, and when it was going to be available. Very clearly the data is not available to help us make good decisions. On top of that, there are gaps for how manufacturers connect with customers, suppliers and carriers outside of the enterprise, whether it be multiple point-to-point connections via EDI (Electronic Data Interchange), portals, spreadsheets, or emails. The list is almost endless and very difficult to maintain.

To gain visibility, you need to be connected to your global trading partners in a meaningful way. With a multi-enterprise business network, you’ll be able to remove silos not only inside your organization, but between your organization and the people it does business with. It enables the capturing and sharing of real-time data to improve efficiency and overall business responsiveness.

Predict and respond to volatility

How do you predict and respond to volatility? This can start with the fundamental area of efficiency and automation on the plant floor. How do you optimize your production schedule? How can you do a better job at dealing with the various bottlenecks, whether it’s tanks in your operation, or various speeds within your filling lines?

Scheduling tools that consider all variables to optimize production is merely one part of the answer. When you also bring a solution for asset management into your business and integrate that with your scheduling solution, you get a better understanding of how to plan around maintenance windows, based on having better visibility of what the real equipment needs are. Production scheduling and asset management impact your supply chain and your ability to deliver, and they shouldn’t be handled as separate silos.

When it comes to efficiency and automation, there’s also the challenge of optimizing an enterprise’s transportation and warehousing — and understanding the complexities of doing that as the channels to market evolve. Whether your company does its own e-commerce, or whether you’re working with an e-commerce vendor to deliver products, some of the capabilities and requirements change. More and more companies are looking closer at all the tools out there to help them be more efficient.

Improving efficiency has been a driver in the food industry for decades, but one of the most volatile areas lately has been the focus on sustainability and transparency. What consumers are seeking constantly changes the marketplace’s requirements. Originally it was fat-free or GM-free or similar. In the last few years, it’s moved more into cleaner labels, because consumers want to easily understand what’s on the ingredient statement. And now, this trend is expanding further.

Sustainability claims today can include the farm health, the sustainability of the raw materials you are using, energy use, minimizing the use of plastics and wasting less packaging. Infor has several customers focused on measuring and reporting on sustainability metrics. One of them is addressing the fundamental question of how to feed the growing world population in a sustainable way. Part of that means rolling out a global solution to help them embrace a more efficient supply chain.

Each company may have different objectives and needs and its own ways to attack the sustainability issue. For some companies, it means doing a better job at tracing and tracking back to raw materials. For others, it entails doing a better job at measuring its carbon footprint or managing wastewater. The challenge is for companies to determine exactly what it is they want to measure, what they want to be able to track, and in turn have the tools to be able to do so.

The last area of volatility is where we find the new unknowns. F&B companies are used to the planning challenges associated with seasonality, shelf life, and promotions. More recently, we have dealt with a heightened challenge associated with the unpredictability of regulations and tariffs, and even the availability of human capital. How do you meet market demands if you know you can’t get more people to run your plants? To be able to look at all those variables efficiently within your business requires some pretty slick advanced planning tools. You can’t simply make a best guess effort based on tools you already have in pla

บทความโดย นายฟาบิโอ ทิวิติ
รองประธานบริษัท อินฟอร์ อาเชียน

อุตสาหกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มต่างต้องต่อกรกับความต้องการที่ไม่เหมือนใครมาอย่างยาวนาน เช่น การที่ต้องบริหารจัดการกับอายุสินค้า ความซับซ้อนในการจัดตารางการผลิตรุ่นต่าง ๆ การตรวจสอบย้อนกลับ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนด้านภาษี แนวคิดเรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน และกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความซับซ้อนมากขึ้น ปัญหาและแนวโน้มนานัปการเหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการจัดหา การผลิต จนถึงการจัดส่ง


เรามักจำกัดตัวเราและให้ความสำคัญกับสิ่งที่สามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่เราควรพิจารณากระบวนการด้านซัพพลายเชนที่บริษัทใช้อยู่เสียใหม่ เพราะมันอาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรจะเป็น สองปีที่ผ่านมา อินฟอร์ได้สำรวจบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายซัพพลายเชนทั่วโลกบนแพลตฟอร์ม Infor Nexus และพบว่าประมาณ 46% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาใช้เวลานานถึงสามวันเพื่อมองหาว่ามีผลิตภัณฑ์ที่ต้องการอยู่ที่ใดบ้าง และจะมีพร้อมวางตลาดเมื่อใด นั่นแสดงให้เห็นได้ชัดว่ายังไม่มีข้อมูลที่ทำให้บริษัทเหล่านั้น สามารถตัดสินใจได้อย่างสมเหตุสมผลในทันที นอกจากนี้ ยังมีช่องว่างเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้ผลิตใช้ติดต่อกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ให้บริการภายนอกองค์กร เช่นการเชื่อมต่อแบบ point-to-point ที่หลากหลายผ่านการเชื่อมต่อผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับร่วมกัน (Electronic Data Interchange: EDI), พอร์ทัลที่ใช้ หรือสเปรดชีต หรืออีเมล และยังมีช่องทางการเชื่อมต่ออีกมากที่เหมือนจะไม่มีจุดสิ้นสุด และดูแลให้มีประสิทธิภาพได้ยาก

บริษัทต่าง ๆ จึงจำเป็นจะต้องเชื่อมต่อกับคู่ค้าทั่วโลกด้วยวิธีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นที่รู้จัก การใช้แพลตฟอร์มเครือข่ายธุรกิจที่เชื่อมต่อกับองค์กรได้หลากหลายองค์กร จะช่วยให้บริษัทของคุณสามารถขจัดการทำงานแบบไซโล ซึ่งเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ระหว่างองค์กรของคุณกับผู้คนที่คุณทำธุรกิจด้วยเช่นกัน แพลตฟอร์มลักษณะนี้จะช่วยให้คุณสามารถรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการตอบสนองทางธุรกิจโดยรวม


การคาดการณ์และการตอบสนองต่อความผันผวน สามารถเริ่มได้จากเรื่องของประสิทธิภาพพื้นฐานและระบบอัตโนมัติในโรงงาน คุณต้องตอบคำถามว่า คุณจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตารางการผลิตอย่างไร คุณจะจัดการกับปัญหาคอขวดต่าง ๆ เพื่อทำงานได้ดีขึ้นอย่างไร ทั้งงานที่อยู่ในกระบวนการดำเนินงานทั่วไป หรือความรวดเร็วของกระบวนการต่าง ๆ ภายในสายงานบรรจุของบริษัทฯ

เครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยในการจัดตารางการทำงานต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับตัวแปรทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการผลิตเป็นเพียงคำตอบส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อคุณนำโซลูชั่นด้านการจัดการสินทรัพย์ที่คุณมีอยู่มาใช้ร่วมกับโซลูชั่นในการจัดตารางเวลา คุณจะเข้าใจได้มากขึ้นว่า จะวางแผนการบำรุงรักษาอย่างไร เพราะคุณจะเห็นภาพที่ชัดเจนว่า อุปกรณ์ใดต้องการการบำรุงรักษาแบบใด โซลูชั่นด้านการจัดตารางการผลิตและการบริหารจัดการสินทรัพย์ มีผลต่อระบบซัพพลายเชนและความสามารถในการส่งมอบของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และควรเป็นโซลูชั่นที่รวมอยู่ด้วยกันไม่ใช่เป็นระบบที่แยกกันบริหารจัดการ

เมื่อพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพและระบบอัตโนมัติ ยังมีความท้าทายในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการขนส่งและการจัดการคลังสินค้าขององค์กร และความเข้าใจเรื่องของความซับซ้อนในการทำงานเหล่านี้ ซึ่งใช้เป็นช่องทางในการพัฒนาตลาด และสมรรถนะ ความต้องการบางอย่างเปลี่ยนไปไม่ว่าบริษัทของคุณจะทำอีคอมเมิร์ซเอง หรือทำงานร่วมกับบริษัทด้านอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า บริษัทหลายแห่งกำลังมองหา เครื่องมือที่สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นตัวขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมอาหารมานานหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่มีความผันผวนมากที่สุดคือ แนวคิดเรื่องความยั่งยืนและความโปร่งใส สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังมองหาส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง เดิมทีฉลากผลิตภัณฑ์จะระบุเพียงเช่นปราศจากไขมัน หรือไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมหรืออื่น ๆ ที่คล้ายกัน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฉลากผลิตภัณฑ์จะต้องระบุให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการที่จะรู้ถึงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ และตอนนี้ แนวโน้มนี้ก็กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับเรื่องความยั่งยืนในวันนี้อาจรวมถึงสุขลักษณะของฟาร์ม ความยั่งยืนของวัตถุดิบที่ใช้ การใช้พลังงาน การลดการใช้พลาสติก และการใช้บรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุด อินฟอร์มีลูกค้าหลายรายที่ให้ความสำคัญกับการตรวจวัดและรายงานเรื่องความยั่งยืน หนึ่งในนั้นคือการตั้งคำถามพื้นฐานด้านการเลี้ยงดูประชากรโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นด้วยแนวทางที่ยั่งยืน ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้ก็ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นระดับโลกมาช่วยให้พวกเขาได้ใช้เพื่อให้ระบบซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทแต่ละแห่งอาจมีวัตถุประสงค์และความต้องการที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีวิธีการของตนเองในการแก้ไขปัญหาเรื่องความยั่งยืน สำหรับบางบริษัทอาจหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการติดตามและสืบค้นย้อนกลับไปยังวัตถุดิบในการผลิต สำหรับบริษัทอื่น ๆ อาจจะหมายถึงการมีระบบที่ดีขึ้นในการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการจัดการน้ำเสีย ดังนั้น ความท้าทายของบริษัทต่าง ๆ อยู่ที่การกำหนดสิ่งที่พวกเขาต้องการตรวจวัด สิ่งที่ต้องการติดตามสืบค้นย้อนกลับ และในทางกลับกันก็ต้องมีเครื่องมือที่สามารถทำแบบนั้นได้เช่นกัน

ส่วนความผันผวนสุดท้ายที่พบเป็นเรื่องใหม่ ๆ ที่เราอาจไม่เคยทราบมาก่อน บริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มต่างคุ้นเคยกับการวางแผนตามช่วงเทศกาล อายุของสินค้า และการส่งเสริมการขาย แต่เมื่อไม่นานมานี้ เราต้องรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในด้านกฎระเบียบและพิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งรวมถึงเรื่องกำลังคนทำงานก็สำคัญเช่นกัน

บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มจะตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างไร หากบริษัทไม่สามารถหาคนมาทำงานในโรงงานได้ ดังนั้น เพื่อให้สามารถพิจารณาตัวแปรทั้งหมดได้อย่างถี่ถ้วนรอบด้าน บริษัทต่าง ๆ ต้องอาศัยเครื่องมือวางแผนขั้นสูงที่ค่อนข้างฉลาด บริษัทไม่อาจคาดเดาอะไรที่ถูกต้องและดีที่สุดได้เลยจากเครื่องมือธรรมดาที่มีอยู่ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ครบวงจร มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ และได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มต้องพิจารณา