DHL launches international brand campaign to celebrate the release of the new James Bond film, No Time To Die

ดีเอชแอลปล่อยแบรนด์แคมเปญฉลองการเปิดตัวภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ภาคใหม่ No Time To Die

  • Campaign shows the efficiency and reliability of DHL
  • Heart of the campaign is an international TV commercial, focusing on stronger emotionalization of the DHL brand
  • DHL is the Official Logistics Partner of No Time To Die

DHL_No Time To Die movie

DHL has launched a new campaign celebrating the longstanding partnership with the James Bond film and showcasing the essence of excellent delivery services. At the heart of the campaign is a TV commercial that pays homage to the iconic film franchise, marking the fifth time DHL has provided the transport and logistics solutions to James Bond.

“We are incredibly proud of the support DHL has provided to the last five James Bond films. To pull off a feat of this magnitude requires world-class professionals from the No Time To Die film to bring alive the Bond-franchise in the DHL commercial, and at the same time showcase DHL’s capabilities in a fun and engaging way. We are honored to show the world how DHL Express leverages the experience and local know-how to navigate through challenges. We remain as the international express logistics partner you can rely on even if the mission is unusual or complex”, says Herbert Vongpusanachai, Managing Director, DHL Express Thailand and Head of Indochina.


To create a TV commercial that contained the same levels of intrigue and excitement as a Bond car chase, the team chosen to create, orchestrate and deliver it were essential. The commercial features the iconic Aston Martin DB5 which was driven by Bond stunt driver, Ben Collins, who worked alongside No Time To Die’s assistant stunt coordinator Pete White. Shot by award-winning director Adam Berg at Smuggler, the ad also boasts No Time To Die’s Linus Sandgren as Director of Photography. The creative concept was developed by DHL’s lead agency 180 Amsterdam.

With the campaign, DHL relies on storytelling which strives for a stronger emotionalization of the brand. Set in Shanghai, the ad follows a DHL courier as he sets out to deliver a vital package to James Bond. As he arrives at the assigned location to meet Bond, the handover is interrupted, and a high-speed car chase ensues. As 007 is pursued through the streets, the courier avoids the chaos to deliver the package to an updated delivery address, safely and efficiently.

In addition to the TV spot, the campaign will be aired internationally across all digital channels, both in the form of digital banners and video as well as print ads. Further information, behind the scenes material and the TV spot in full length can be found on the dedicated landing page

No Time To Die is directed by Cary Joji Fukunaga and stars Daniel Craig, who returns for his fifth and final film as Ian Fleming’s James Bond. The film will be released in cinemas on 7 October 2021 in Thailand through Universal Pictures International.


7 facts behind the scenes of No Time To Die and DHL logistics partnership

  1. Since Casino Royale (2006), this is the fifth time DHL have been responsible for the transport and logistics solutions related to the shooting and production of the 007 films.
  2. For the highly anticipated No Time To Die, DHL moved the film and stunt equipment ​between locations in Norway, Jamaica, Italy and around the UK. From the legendary Aston Martin to key props, DHL’s logistics experts ensured everything was delivered on time.
  3. Eight replica Aston Martin DB5 were built for the production of No Time To Die.
  4. Making a film like No Time To Die is a marathon, not a sprint. For 604 days, we shipped everything from the first costumes to the final film footage.
  5. DHL Express logged a total of 948 shipping clearance documents for all the cross-border shipments for No Time To Die.
  6. In total, DHL transported 11,039 kg of costumes around the world for this 25th James Bond film. We also helped deliver the iconic bikini which featured in DR. NO to Ian Fleming’s GoldenEye villa in Jamaica for No Time To Die’s start of production announcement.
  7. Although portraying a set in Shanghai, China, the DHL commercial was filmed in the heart of Bangkok, Thailand. Watch again at or watch it on DHL Express Thailand’s social media.
  • แคมเปญแสดงถึงประสิทธิภาพและบริการที่น่าเชื่อถือของดีเอชแอล
  • หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือภาพยนตร์โฆษณาที่เผยแพร่ทั่วโลก ซึ่งเน้นความตื่นเต้นเร้าใจมากกว่าเดิมของแบรนด์ดีเอชแอล
  • ดีเอชแอลเป็นลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของภาพยนตร์ No Time To Die

DHL_No Time To Die movie

ดีเอชแอลเปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อฉลองความร่วมมือที่มีมายาวนานกับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์และโชว์จุดเด่นด้านบริการขนส่งที่เป็นเลิศ หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือภาพยนตร์โฆษณาที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องแฟรนไชส์ภาพยนตร์ซึ่งเป็นที่จดจำของคนทั่วโลก โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ดีเอชแอลได้ให้บริการขนส่งและโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ต่างๆ สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์

ดีเอชแอลภูมิใจที่ได้มอบการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์สำหรับภาพยนตร์เจมส์ บอนด์มาถึง 5 ภาคด้วยกัน และสำหรับเบื้องหลังความสำเร็จของภาพยนตร์โฆษณาสุดยิ่งใหญ่ของดีเอชแอลนี้ เราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมงานมืออาชีพระดับโลกของภาพยนตร์ No Time To Die เพื่อให้เจมส์ บอนด์มีชีวิตโลดแล่นบนโฆษณาของดีเอชแอล ในขณะเดียวกันเราก็ต้องแสดงให้เห็นความสามารถทางการแข่งขันของเราในแบบที่สนุกสนานและดึงดูดใจผู้ชมด้วย เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แสดงให้โลกเห็นว่าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสสามารถนำประสบการณ์และความรู้ความชำนาญในแต่ละประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างไร และเรายังคงเป็นลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ผู้ใช้บริการไว้วางใจได้ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือมีความซับซ้อนเพียงใดก็ตามคุณเฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน กล่าว


เพื่อให้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่เร้าใจและตื่นเต้นในระดับเดียวกับฉากขับรถไล่ล่าในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ การคัดเลือกทีมงานที่จะมาสร้างสรรค์ ดัดแปลง และผลิตภาพยนตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โฆษณาเรื่องนี้มีรถแอสตัน มาร์ติน DB5 เป็นจุดเด่น ซึ่งขับโดย เบน คอลลิน สตันท์ของตัวละครบอนด์ ผู้ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พีท ไวท์ ผู้ช่วยประสานงานด้านสตันท์ของภาพยนตร์ No Time To Die ภาพยนตร์โฆษณาของดีเอชแอลเรื่องนี้ถ่ายทำโดย อดัม เบิร์ก ไดเร็คเตอร์มือรางวัลแห่งสตูดิโอ Smuggler และยังได้ ไลนัส แซนด์เกรน แห่ง No Time To Die มาเป็นผู้กำกับภาพอีกด้วย แนวคิดของโฆษณามาจากการพัฒนาโดย 180 Amsterdam เอเจนซีหลักของดีเอชแอล

ภายใต้แคมเปญนี้ ดีเอชแอลได้เล่าเรื่องที่เพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้กับแบรนด์ โดยโฆษณาเปิดฉากขึ้นในเซี่ยงไฮ้ เมื่อเจ้าหน้าที่คูเรียร์รายหนึ่งของดีเอชแอลต้องออกไปส่งพัสดุสำคัญให้ เจมส์ บอนด์ แต่พอไปถึงจุดนัดพบปรากฎว่าการส่งมอบของมีอันต้องสะดุด เป็นสาเหตุให้มีการขับรถไล่ล่ากันตามมา และในขณะที่ 007 กำลังถูกเหล่าร้ายไล่ล่าไปตามท้องถนนนั้น เจ้าหน้าที่คูเรียร์​ของดีเอชแอลต้องหลบหลีกความชุลมุนวุ่นวาย เพื่อไปส่งของให้ถึงจุดหมายใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงผู้รับ โดยขนส่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากภาพยนตร์โฆษณาที่ออกอากาศทางโทรทัศน์แล้ว แคมเปญนี้ยังออกอากาศทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งในรูปแบบของแบนเนอร์โฆษณา วิดีโอ และสิ่งพิมพ์​ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น เบื้องหลังการถ่ายทำ และภาพยนตร์โฆษณาฉบับเต็ม สามารถดูได้จากเว็บไซต์

No Time To Die กำกับโดย แครี โจจิ ฟุกุนากะ และนำแสดงโดย แดเนียล เครก ผู้กลับมาเล่นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ของเอียน เฟลมมิ่ง เป็นครั้งที่ 5 และเป็นครั้งสุดท้าย ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยวันที่ 7 ตุลาคม 2564 โดย Universal Pictures International เป็นผู้จัดจำหน่าย


7 เรื่องไม่ลับ เบื้องหลังความร่วมมือระหว่าง No Time To Die กับดีเอชแอล

  1. นับตั้งแต่ Casino Royale (2006) ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ที่ดีเอชแอลได้ให้บริการด้านการขนส่งและโซลูชั่นด้านลอจิสติกส์ต่างๆ สำหรับการถ่ายทำและการผลิตภาพยนตร์ 007
  2. ในการทำงานด้านการขนส่งให้กับภาพยนตร์ No Time To Die ที่แฟนๆ ตั้งตารอนี้ ดีเอชแอลได้ขนส่งอุปกรณ์การถ่ายทำและอุปกรณ์สตันท์ไปยังโลเคชั่นต่างๆ ทั้งในนอร์เวย์ จาไมก้า อิตาลี และโดยรอบประเทศอังกฤษ ของที่ดีเอชแอลช่วยขนส่งมีตั้งแต่รถแอสตัน มาร์ติน ในตำนาน ไปจนถึงอุปกรณ์ประกอบฉากสำคัญๆ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านลอจิสติกส์ ดีเอชแอลปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอนเพื่อขนส่งสิ่งของต่างๆ ให้ถึงมือผู้รับตรงเวลาเสมอ
  3. รถแอสตัน มาร์ติน DB5 จำลองจำนวน 8 คัน ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการถ่ายทำ No Time To Die!
  4. การถ่ายทำภาพยนตร์ No Time To Die เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ตลอด 604 วันของการถ่ายทำ ดีเอชแอลขนส่งตั้งแต่คอสตูมชุดแรก ไปจนถึงฟุตเทจภาพยนตร์ในขั้นสุดท้าย
  5. ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสได้ทำการบันทึกเอกสารการดำเนินพิธีศุลากรรวมถึง 948 รายการ สำหรับการขนส่งข้ามพรมแดนให้กับภาพยนตร์ No Time To Die
  6. ดีเอชแอลขนส่งเสื้อผ้าและคอสตูมรวมกว่า 11,039 กิโลกรัมทั่วโลกเพื่อภาพยนตร์เจมส์บอนด์ภาคที่ 25 เราได้จัดส่งบิกินี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของภาค DR.NO ไปยังวิลล่า GoldenEye ของเอียน เฟลมมิ่ง ในจาไมก้า เพื่อเปิดตัวการเริ่มต้นถ่ายทำภาพยนตร์
  7. แม้ว่าฉากของเรื่องจะอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน แต่โฆษณาของดีเอชแอลเรื่องนี้ถ่ายทำที่ใจกลางกรุงเทพฯ ประเทศไทย! ไปดูโฆษณาอีกครั้งกันได้ที่ หรือชมผ่านโซเชียลมีเดียของดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ขนส่งด่วนระหว่างประเทศ