แควนตัสนำเครื่องบินยอดนิยมโบอิ้ง 747 ร่วมทดสอบเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์


  • เครื่องบินโบอิ้งรุ่น 747-400 จะร่วมทดสอบสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องยนต์รุ่นใหม่ของโรลส์-รอยซ์ 
  • ด้วยเงินลงทุน 70 ล้านเหรียญสหรัฐจะสร้างศูนย์ข้อมูลดิจิทัลด้านการบินที่จะมีการวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบการบินได้มากกว่าที่เคย
  • เที่ยวบินเชิงพาณิชย์ไฟลท์สุดท้ายจากซิดนีย์ไปลอสแอนเจลีสออกเดินทางไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562

กรุงเทพฯ, 18 ตุลาคม 2562, เครื่องบินโดยสารยอดนิยมของสายการบินแควนตัสได้ถูกปลดระวางไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะมาเริ่มทำหน้าที่ใหม่ในการเป็นเครื่องบินทดสอบของเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ทดสอบเทคโนโลยีเครื่องยนต์เจ็ทในปัจจุบันและอนาคตที่จะพลิกโฉมการบิน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ในด้านประสิทธิภาพ

เครื่องบินโบอิ้งรุ่น 747-400 – ทะเบียน VH-OJU – ได้ทำการบินให้กับสายการบินแห่งชาติของออสเตรเลียในฐานะสมาชิกลำหนึ่งในฝูงบินของแควนตัสมาถึง 20 ปี  ตลอดอายุการใช้งาน OJU ได้บินเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านกิโลเมตร หรือพอ ๆ กับระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ไปกลับถึง 100 เที่ยว โดยทำการบินไปยังจุดหมายปลายทางหลายสิบประเทศ ด้วยการให้บริการผู้โดยสารรวมกันถึง 2.5 ล้านคน ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ รุ่น RB211

เครื่องบินลำนี้จะถูกติดตั้งอุปกรณ์ทดสอบประสิทธิภาพล่าสุดและเป็นครั้งแรกที่จะทดสอบเครื่องยนต์ต่าง ๆ ที่ใช้ในอากาศยานเพื่อการพาณิชย์และธุรกิจ ระบบใหม่จะเก็บรวบรวมข้อมูลได้ดีกว่าและรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา และเทคโนโลยีต่าง ๆ จะนำมาทดสอบที่ระดับความสูงและความเร็วที่มากกว่าเดิม เครื่องบินทดสอบแบบต่าง ๆ จะนำมาใช้เพื่อทดสอบการบินที่ระดับความสูงต่าง ๆ และตรวจสอบเทคโนโลยีในสภาพการบินที่แตกต่างกัน

พนักงานของโรลส์-รอยซ์จะช่วยกันเลือกชื่อใหม่ให้กับอากาศยานลำนี้ ซึ่งตอนที่บินให้แควนตัสใช้ชื่อว่า Lord Howe Island และต่อจากนี้จะทำการบินโดยทีมนักบินทดสอบผู้เชี่ยวชาญที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมผนวกกับประสบการณ์การบินทั้งเชิงพาณิชย์ การทหารและอากาศยานทดสอบมานับสิบ ๆ ปี

อากาศยานใหม่ลำนี้จะสนับสนุนวิสัยทัศน์ Rolls-Royce IntelligentEngine ที่เครื่องยนต์ต่าง ๆ จะถูกเชื่อมโยง รับรู้และเข้าใจบริบทต่าง ๆ ของการบินโดยเริ่มจากการปฏิบัติหน้าที่ของเครื่องบินทดสอบเครื่องบินรุ่น 747 เสร็จสิ้นภาระกิจการบินเชิงพาณิชย์ให้กับแควนตัสไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562 โดยบินจากซิดนีย์ไปลอส แอนเจลีส จากนั้นได้บินไปยังศูนย์ทดสอบการบิน AeroTEC ใน Moses Lake รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งที่นั่นจะเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนโฉมเป็นเวลา 2 ปี วิศวกร AeroTEC และช่างเทคนิคจะเปลี่ยนโบอิ้ง 747-400 ลำนี้จากเครื่องบินพาณิชย์ที่มีที่นั่งโดยสาร 364 ที่ไปเป็นเครื่องบินทดสอบชั้นนำอันประกอบไปด้วยอุปกรณ์และระบบล้ำสมัยต่าง ๆ มากมายที่จะทำการทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์เชิงลึกและซับซ้อนได้

เมื่อจบกระบวนการดังกล่าว เครื่องบินลำนี้จะทำงานควบคู่ไปกับเครื่องบินทดสอบของโรลส์-รอยซ์ โบอิ้ง 747-200 อีกลำที่จนถึงวันนี้ได้ทำการบินทดสอบไปแล้ว 285 เที่ยวบินกาเรธ เฮดิกเคอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและทดสอบด้านวิศวกรรมของโรลส์-รอยซ์ กล่าวว่า “ราชินีของเราบนท้องฟ้าจะกลายเป็นเพชรยอดมงกุฎของโปรแกรมการทดสอบการบินระดับโลก  สิ่งนี้ถือเป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยเน้นย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการทดสอบการบิน และยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้เราเก็บข้อมูลการทดสอบต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบินอันเป็นที่รักลำนี้ได้ให้บริการผู้โดยสารนับล้านคน มานานกว่า 20 ปี เราตื่นเต้นที่จะได้ทดสอบขุมพลังใหม่ ๆ ไปสู่อนาคต”

คริส สนูค ผู้จัดการด้านวิศวกรรมของสายการบินแควนตัส กล่าวว่า “เครื่องบินโบอิ้ง 747 เป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญและเป็นที่รักของฝูงบินแควนตัสมานานหลายปี เราให้บริการเครื่องบินลำนี้ในหลากหลายเส้นทางมาอย่างยาวนาน นั่นจึงทำให้เรารู้สึกเศร้าเมื่อต้องบอกลากันไป โดยโบอิ้ง 747 ลำนี้ยังได้ปูทางไว้อย่างดีให้กับโบอิ้ง 787 Dreamliners ที่จะเข้ามาแทนที่เครื่องบิน OJU ลำนี้ ให้บริการผู้โดยสารเหนือน่านฟ้าดินแดนจิงโจ้มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และเรารู้สึกภูมิใจที่จะได้เป็นส่วนสำคัญในการช่วยทดสอบและสนับสนุนการพัฒนาเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินรุ่นใหม่ ๆ ต่อไป”

ลี ฮูแมน ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง AeroTEC กล่าวว่า “ทีมงาน AeroTEC รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับโรลส์-รอยซ์ ในการดำเนินงานปรับปรุง สร้างแนวทางการทดสอบของเครื่องบินทดสอบใหม่ในครั้งนี้ ห้องปฏิบัติการทางอากาศแห่งนี้สามารถช่วยพัฒนาและรับรองผลการทดสอบใหม่ ๆ ในด้านการออกแบบเทคโนโลยีเครื่องยนต์ล้ำสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้ เรามีทีมวิศวกร ทีมงานปรับปรุงคุณภาพและทีมทดสอบในด้านต่าง ๆ จำนวนมากประจำอยู่ที่ Seattle และ Moses Lake พวกเขาทุ่มเททำงานเพื่อนำวิสัยทัศน์ของโรลส์-รอยส์ไปสู่การใช้งานจริง”  

โรลส์-รอยซ์ลงทุน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (56 ล้านปอนด์) เพื่อซื้อและพัฒนาปรับปรุงอากาศยาน นอกเหนือไปจากการลงทุนสร้างศูนย์ทดสอบการบิน Testbed 80 ด้วยเงินลงทุนราว 90 ล้านปอนด์ที่จะกลายเป็นศูนย์ทดสอบการบินที่ใหญ่และล้ำสมัยที่สุดในโลก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ณ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร และมีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2563

เกี่ยวกับโรลส์-รอยซ์

  1. โรลส์-รอยซ์เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีที่นำเสนอโซลูชั่นที่สะอาด ปลอดภัยและแข่งขันได้เพื่อตอบสนองความต้องการในพลังงานที่สำคัญในโลก
  2. โรลส์-รอยซ์ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่า 150 ประเทศ ประกอบด้วยสายการบินมากกว่า 400 แห่งรวมลูกค้าประเภทเช่า กองทัพ 160 แห่ง  กองทัพเรือ 70 แห่ง และลูกค้าด้านพลังงานและนิวเคลียร์อีกมากกว่า 5,000 ราย
  3. ในปี 2561 รายได้พื้นฐานของโรลส์-รอยซ์อยู่ที่ 15,000 ล้านปอนดโดยรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งมาจากการให้บริการหลังการขาย
  4. ในปี 2561 โรลส์-รอยซ์ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาไป 1.4 พันล้านปอนด์ นอกจากนี้เรายังให้การสนับสนุนเครือข่ายระดับโลกของศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีประจำมหาวิทยาลัย จำนวน 29 แห่ง ซึ่งส่งผลให้วิศวกรของโรลส์-รอยซ์ ก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
  5. กลุ่มธุรกิจของโรลส์-รอยซ์มีความมุ่งมั่นในการฝึกงานและรับสมัครบัณฑิตใหม่ และพร้อมที่จะพัฒนาทักษะต่างๆ ให้กับพนักงานต่อไป

สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ     
สุชาย เฉลิมธนศักดิ์ 081-751-2294
บริษัท พีซี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ คอนซัลติ้ง จำกัด    
อีเมล์ rolls-royceTHPR@pc-a.co.th